เคล็ดลับคู่ช่าง
December 2, 2024

ขับรถลุยน้ำยังไง เครื่องไม่ดับ รถไม่พัง พร้อมเช็กลิสต์ดูแลรถหลังลุยน้ำเสร็จ

หน้าฝนทีไร น้ำเป็นต้องท่วมขังจนต้องขับรถลุยน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าอยากขับรถลุยน้ำไม่ให้เครื่องดับ ESB Battery กางเช็กลิสต์ก่อนขับรถลุยน้ำที่ต้องรู้มาให้แล้ว

ช่วงหน้าฝนทีไร น้ำเป็นต้องท่วมขังจนต้องขับรถลุยน้ำหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้นถ้าเราหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำไม่ได้ ผู้ขับขี่ก็ควรต้องศึกษาก่อนขับรถลุยน้ำทุกครั้ง ถ้าอยากขับรถลุยน้ำไม่ให้เครื่องดับหรือรถพัง ESB Battery กางเช็กลิสต์ก่อนขับรถลุยน้ำที่ต้องรู้มาให้แล้ว 

ระดับน้ำเท่าไหร่ถึงปลอดภัยถ้าต้องขับรถลุยน้ำ

ถ้าต้องขับรถลุยน้ำ ให้ลองสังเกตความลึกของน้ำที่ท่วมขัง ระดับน้ำปลอดภัยที่พอขับลุยได้ไม่ควรเกิน 30 เซนติเมตร โดยให้เปรียบเทียบกับระดับของ ‘ฟุตบาต’ ซึ่งทั่วไปจะสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร

อีกวิธีง่าย ๆ คือการสังเกตจาก ระดับน้ำที่ท่วมล้อรถ หากอยู่ราว ๆ ครึ่งล้อก็นับว่าปลอดภัย แต่ถ้าท่วมไปถึงขอบประตู บอกเลยว่าไม่ควร ควรเลี่ยงเส้นทางนั้นทันที ป้องกันน้ำเข้าห้องโดยสารจนช็อต

การขับรถลุยน้ำควรปฏิบัติอย่างไร

เช็กลิสต์ 7 ข้อนี้จะช่วยให้คุณขับรถลุยน้ำได้ปลอดภัยมากขึ้น

  1. ชะลอความเร็ว ทิ้งระยะห่าง ไม่ให้น้ำตีกลับเข้ารถ

แม้จะกล่าวข้างต้นว่าให้สังเกตน้ำจากระดับล้อ แต่บนถนนไม่ได้มีเพียงแค่รถของเราคันเดียว แรงปะทะของรถคันอื่นจะทำให้ระดับน้ำที่ดูปลอดภัยกระเพื่อมสูงขึ้นและอาจเข้าสู่ห้องโดยสารของรถจนทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ดังนั้นควรชะลอความเร็วเสมอ รวมถึงทิ้งระยะห่างกับรถคันอื่นพอควร

  1. ปิดแอร์ ป้องกันน้ำเข้าห้องเครื่อง

หากเปิดแอร์ขณะขับรถลุยน้ำ มีโอกาสที่พัดลมแอร์จะพัดน้ำเข้าสู่ตัวเครื่องและทำให้รถดับ รวมถึงอาจมีขยะที่มากับน้ำที่ทำให้ไปขัดกับตัวพัดลมจนระบบแอร์พัง ในส่วนนี้ถ้าเป็นรถ EV หรือไฮบริดก็ยิ่งเสี่ยง ดังนั้นถ้าต้องขับรถลุยน้ำ ให้ปิดแอร์ทุกครั้ง

  1. รักษาระยะเบรก ป้องกันอุบัติเหตุ

ฝนตก ถนนลื่น มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นมาก ดังนั้นควรรักษาระยะห่างของรถให้มากกว่าปกติหลายช่วงตัว แม้ถนนจะลื่นก็ยังมีพื้นที่สำหรับการเบรกฉุกเฉินนั่นเอง

  1. ใช้เกียร์ต่ำ ป้องกันรถดับ

เกียร์ต่ำมีรอบเครื่องยนต์ราว ๆ 1,500-2,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นเกียร์ที่เครื่องยนต์ดับยาก หากใช้มากกว่านี้มีโอกาสที่น้ำจะเข้าเครื่องยนต์ได้ ซึ่งสำหรับรถ Manual เกียร์ทั่วไปจะเป็นเกียร์ 1-2 ถ้ารถ Auto จะเป็นเกียร์ L นั่นเอง

  1. อย่าดับเครื่องทันทีเมื่อถึงที่หมาย

เมื่อถึงจุดหมาย อย่าดับเครื่องทันที เพราะแน่นอนว่ามีน้ำขังอยู่ภายในเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย หรือส่วนอื่น ๆ แน่นอน ดังนั้นให้ระบายน้ำและความชื้นออกก่อนโดยการย้ำเบรกหรือคลัตช์เบา ๆ หลาย ๆ ครั้ง

  1. เป็นไปได้ให้ขับรถตามรถคันใหญ่ หรือล้อยกสูง

รถคันใหญ่และล้อยกสูง เมื่อขับรถลุยน้ำรถเหล่านี้จะดันกระแสน้ำออกให้เส้นทางขับได้สะดวกและปลอดภัยต่อตัวรถมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมเว้นระยะอย่างที่แนะนำเอาไว้ในข้อ 3 ด้วย

  1. ถ้าเครื่องยนต์ดับ อย่าสตาร์ทรถ

หากโชคร้ายขับรถลุยน้ำแล้วเครื่องดับ ห้ามสตาร์ทรถใหม่ เพราะน้ำจะยิ่งไหลเข้าเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า ระบบภายในจะยิ่งเสียหายหนัก ให้เข็นรถเข้าข้างทางแล้วติดต่อช่างทันที

สาเหตุรถดับกลางน้ำท่วม

ขับรถลุยน้ำกลางทางแล้วรถดับ มีสาเหตุหลัก ๆ 2 ข้อดังนี้

  1. กล่องควบคุมระบบไฟฟ้า ECU ช็อต ไม่สามารถสั่งจ่ายเชื้อเพลิงและจุดระเบิดเครื่องยนต์ได้
  2. ระบบกรองอากาศเสียหาย น้ำเข้าจนหัวฉีดทำงานไม่ได้

รถดับกลางน้ำท่วม ต้องทำยังไง

  1. ห้ามสตาร์ทรถใหม่ เรียกคนช่วยเข็นรถสู่บริเวณน้ำแห้ง น้ำตื้น
  2. หาสาเหตุว่ารถดับจากกล่องควบคุมระบบไฟฟ้าเปียกน้ำหรือน้ำเข้าระบบกรองอากาศ
  3. แก้ไขปัญหาเบื้องต้นจากปัญหาที่พบ
  • รถดับเพราะระบบไฟฟ้า ให้หาที่เติมลมยางที่มีอยู่ตามปั้มน้ำมันเป่าไล่น้ำออกบริเวณขั้วแบตเตอรี่หรือหัวเทียนให้ถอดจุกยางออก พร้อมเป่าลมจนแห้ง
  • รถดับจากน้ำเข้าระบบกรองอากาศ เรียกใช้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัทประกัน

รถที่แช่น้ำท่วมจะมีปัญหาอะไรบ้าง

หลังขับรถลุยน้ำ รถที่แช่น้ำมานานแน่นอนว่าต้องพบกับปัญหา ‘สนิม’ ที่จะขึ้นกับเครื่องยนต์ ระบบเบรก ซึ่งเป็นอันตรายกับการขับขี่อย่างมาก ดังนั้นหลังขับรถลุยน้ำมา ให้เช็ก 4 ส่วนของรถดังนี้

เช็กลิสต์ 4 จุด ต้องเช็กอะไรบ้าง หลังขับรถลุยน้ำมา

  1. ลูกปืนล้อ เฟืองท้าย เพลาขับ

ยิ่งเจอน้ำ ลูกปืนล้อ เฟืองท้าย เพลาขับ ยิ่งพังไว สาเหตุมาจากน้ำที่ท่วมไปล้างจาระบีหล่อลื่นทิ้งจนเสื่อมสภาพ หากขับรถอยู่แล้วมีอาการเสียงดังขณะขับรถเร็ว ๆ นั่นคือสัญญาณเตือนให้เปลี่ยน สิ่งที่ต้องเปลี่ยนก็มียางหุ้มเพลา ลูกปืนล้อ หรือของเหลวต่าง ๆ หลังขับรถลุยน้ำมาอย่าลืมเช็กให้เรียบร้อย

  1. เบรก

ระบบเบรกอาจเกิดสนิมได้หากไปขับรถลุยน้ำและแช่รถกลางถนนนาน ๆ ซึ่งให้เช็ก ดิสก์เบรก และ ดรัมเบรกให้ดี ถ้ามีโอกาสให้เปลี่ยน เพราะถ้าสนิมขึ้น เบรกจะทำงานได้ไม่ดี ติดขัด สะดุด

  1. แอร์

น้ำที่ท่วมบนถนนมีสิ่งสกปรกเจือปนสูง ซึ่งเมื่อน้ำเข้ามาขังอาจทำให้ระบบแอร์ชื้นและส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา ควรส่งให้ช่างตรวจเช็กความสะอาดทันที ถ้าไม่แก้ แอร์อาจส่งกลิ่นเหม็นออกมานาน หายยาก

  1. น้ำมันเครื่อง

อย่างที่ได้กล่าวข้างต้น ถ้าขับรถลุยน้ำระดับสูง ๆ มีโอกาสที่น้ำจะเข้าผ่านช่องกรองอากาศได้ ดังนั้นหลังขับรถลุยน้ำมาให้ถ่ายน้ำมันเครื่องและสังเกตว่าน้ำเปลี่ยนสี หรือมีน้ำปน ก็ต้องเปลี่ยน กรอง ล้าง ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนขับขี่อีกครั้ง

ขับรถลุยน้ำช่วงนี้ต้องระวังให้มากที่สุด ESB Battery พร้อมเป็นคู่หูคู่เครื่องยนต์คู่ความดุดัน

นอกจากการขับรถลุยน้ำที่ต้องระมัดระวังให้ดี แบตเตอรี่ ก็จำเป็นต้องทนความชื้น เร่งประสิทธิภาพได้สูงแม้ต้องเจอสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรอย่างน้ำท่วมขัง ให้คุณขับขี่ลุยน้ำได้ไร้กังวล มั่นใจ แบตเตอรี่ไม่หมดกลางทาง ESB Battery ขอเป็นคู่หูคู่ใจช่วยปกป้องเครื่องยนต์และพาคุณไปถึงที่หมายไม่มีสะดุด 

สั่งแบตเตอรี่กับ ESB Battery คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย สนับสนุนนวัตกรรมคนไทยเลยวันนี้

  • ติดต่อ 086-6686818 
  • Line Official @ESB_dealer 
  • Facebook Page : ESB Battery 
  • ค้นหาตัวแทนจำหน่ายของ ESB Battery คลิก
  • ศึกษาข้อมูลแบตเตอรี่ผ่านเว็บไซต์ ESB Battery

บทความแนะนำ