ช่วงหน้าฝนทีไร น้ำเป็นต้องท่วมขังจนต้องขับรถลุยน้ำหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้นถ้าเราหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำไม่ได้ ผู้ขับขี่ก็ควรต้องศึกษาก่อนขับรถลุยน้ำทุกครั้ง ถ้าอยากขับรถลุยน้ำไม่ให้เครื่องดับหรือรถพัง ESB Battery กางเช็กลิสต์ก่อนขับรถลุยน้ำที่ต้องรู้มาให้แล้ว
ถ้าต้องขับรถลุยน้ำ ให้ลองสังเกตความลึกของน้ำที่ท่วมขัง ระดับน้ำปลอดภัยที่พอขับลุยได้ไม่ควรเกิน 30 เซนติเมตร โดยให้เปรียบเทียบกับระดับของ ‘ฟุตบาต’ ซึ่งทั่วไปจะสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร
อีกวิธีง่าย ๆ คือการสังเกตจาก ระดับน้ำที่ท่วมล้อรถ หากอยู่ราว ๆ ครึ่งล้อก็นับว่าปลอดภัย แต่ถ้าท่วมไปถึงขอบประตู บอกเลยว่าไม่ควร ควรเลี่ยงเส้นทางนั้นทันที ป้องกันน้ำเข้าห้องโดยสารจนช็อต
เช็กลิสต์ 7 ข้อนี้จะช่วยให้คุณขับรถลุยน้ำได้ปลอดภัยมากขึ้น
แม้จะกล่าวข้างต้นว่าให้สังเกตน้ำจากระดับล้อ แต่บนถนนไม่ได้มีเพียงแค่รถของเราคันเดียว แรงปะทะของรถคันอื่นจะทำให้ระดับน้ำที่ดูปลอดภัยกระเพื่อมสูงขึ้นและอาจเข้าสู่ห้องโดยสารของรถจนทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ดังนั้นควรชะลอความเร็วเสมอ รวมถึงทิ้งระยะห่างกับรถคันอื่นพอควร
หากเปิดแอร์ขณะขับรถลุยน้ำ มีโอกาสที่พัดลมแอร์จะพัดน้ำเข้าสู่ตัวเครื่องและทำให้รถดับ รวมถึงอาจมีขยะที่มากับน้ำที่ทำให้ไปขัดกับตัวพัดลมจนระบบแอร์พัง ในส่วนนี้ถ้าเป็นรถ EV หรือไฮบริดก็ยิ่งเสี่ยง ดังนั้นถ้าต้องขับรถลุยน้ำ ให้ปิดแอร์ทุกครั้ง
ฝนตก ถนนลื่น มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นมาก ดังนั้นควรรักษาระยะห่างของรถให้มากกว่าปกติหลายช่วงตัว แม้ถนนจะลื่นก็ยังมีพื้นที่สำหรับการเบรกฉุกเฉินนั่นเอง
เกียร์ต่ำมีรอบเครื่องยนต์ราว ๆ 1,500-2,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นเกียร์ที่เครื่องยนต์ดับยาก หากใช้มากกว่านี้มีโอกาสที่น้ำจะเข้าเครื่องยนต์ได้ ซึ่งสำหรับรถ Manual เกียร์ทั่วไปจะเป็นเกียร์ 1-2 ถ้ารถ Auto จะเป็นเกียร์ L นั่นเอง
เมื่อถึงจุดหมาย อย่าดับเครื่องทันที เพราะแน่นอนว่ามีน้ำขังอยู่ภายในเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย หรือส่วนอื่น ๆ แน่นอน ดังนั้นให้ระบายน้ำและความชื้นออกก่อนโดยการย้ำเบรกหรือคลัตช์เบา ๆ หลาย ๆ ครั้ง
รถคันใหญ่และล้อยกสูง เมื่อขับรถลุยน้ำรถเหล่านี้จะดันกระแสน้ำออกให้เส้นทางขับได้สะดวกและปลอดภัยต่อตัวรถมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมเว้นระยะอย่างที่แนะนำเอาไว้ในข้อ 3 ด้วย
หากโชคร้ายขับรถลุยน้ำแล้วเครื่องดับ ห้ามสตาร์ทรถใหม่ เพราะน้ำจะยิ่งไหลเข้าเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า ระบบภายในจะยิ่งเสียหายหนัก ให้เข็นรถเข้าข้างทางแล้วติดต่อช่างทันที
ขับรถลุยน้ำกลางทางแล้วรถดับ มีสาเหตุหลัก ๆ 2 ข้อดังนี้
หลังขับรถลุยน้ำ รถที่แช่น้ำมานานแน่นอนว่าต้องพบกับปัญหา ‘สนิม’ ที่จะขึ้นกับเครื่องยนต์ ระบบเบรก ซึ่งเป็นอันตรายกับการขับขี่อย่างมาก ดังนั้นหลังขับรถลุยน้ำมา ให้เช็ก 4 ส่วนของรถดังนี้
ยิ่งเจอน้ำ ลูกปืนล้อ เฟืองท้าย เพลาขับ ยิ่งพังไว สาเหตุมาจากน้ำที่ท่วมไปล้างจาระบีหล่อลื่นทิ้งจนเสื่อมสภาพ หากขับรถอยู่แล้วมีอาการเสียงดังขณะขับรถเร็ว ๆ นั่นคือสัญญาณเตือนให้เปลี่ยน สิ่งที่ต้องเปลี่ยนก็มียางหุ้มเพลา ลูกปืนล้อ หรือของเหลวต่าง ๆ หลังขับรถลุยน้ำมาอย่าลืมเช็กให้เรียบร้อย
ระบบเบรกอาจเกิดสนิมได้หากไปขับรถลุยน้ำและแช่รถกลางถนนนาน ๆ ซึ่งให้เช็ก ดิสก์เบรก และ ดรัมเบรกให้ดี ถ้ามีโอกาสให้เปลี่ยน เพราะถ้าสนิมขึ้น เบรกจะทำงานได้ไม่ดี ติดขัด สะดุด
น้ำที่ท่วมบนถนนมีสิ่งสกปรกเจือปนสูง ซึ่งเมื่อน้ำเข้ามาขังอาจทำให้ระบบแอร์ชื้นและส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา ควรส่งให้ช่างตรวจเช็กความสะอาดทันที ถ้าไม่แก้ แอร์อาจส่งกลิ่นเหม็นออกมานาน หายยาก
อย่างที่ได้กล่าวข้างต้น ถ้าขับรถลุยน้ำระดับสูง ๆ มีโอกาสที่น้ำจะเข้าผ่านช่องกรองอากาศได้ ดังนั้นหลังขับรถลุยน้ำมาให้ถ่ายน้ำมันเครื่องและสังเกตว่าน้ำเปลี่ยนสี หรือมีน้ำปน ก็ต้องเปลี่ยน กรอง ล้าง ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนขับขี่อีกครั้ง
นอกจากการขับรถลุยน้ำที่ต้องระมัดระวังให้ดี แบตเตอรี่ ก็จำเป็นต้องทนความชื้น เร่งประสิทธิภาพได้สูงแม้ต้องเจอสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรอย่างน้ำท่วมขัง ให้คุณขับขี่ลุยน้ำได้ไร้กังวล มั่นใจ แบตเตอรี่ไม่หมดกลางทาง ESB Battery ขอเป็นคู่หูคู่ใจช่วยปกป้องเครื่องยนต์และพาคุณไปถึงที่หมายไม่มีสะดุด
สั่งแบตเตอรี่กับ ESB Battery คุ้มค่า ราคาเพื่อคนไทย สนับสนุนนวัตกรรมคนไทยเลยวันนี้