“แบตเตอรี่รถยนต์มีกี่ประเภท” และ “วิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์” มีอะไรบ้าง เพราะแบตเตอรี่รถยนต์ ไม่ใช่เพียงแค่กล่องสี่เหลี่ยมที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่รถ แต่เป็นตัวให้พลังงานระบบต่าง ๆ ในรถยนต์ ทั้งการสตาร์ท ระบบไฟฟ้าในรถ เช่น ไฟหน้า ไฟหลัง รวมถึงระบบเครื่องเสียง ล้วนต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่รถยนต์ทั้งสิ้น
ในบทความนี้ ESB Battery จะพามารู้ว่าแบตเตอรี่รถยนต์มีกี่ประเภท พร้อมข้อดีข้อเสีย รวมถึงวิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อการลงทุนกับแบตเตอรี่ที่คุ้มที่สุด อยากรู้แล้วก็อ่านต่อได้เลย
แบตเตอรี่รถยนต์มีกี่ประเภท? คำตอบคือ - แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท โดยแต่ละประเภทมีจุดเด่น จุดด้อย และความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันออกไป อธิบายได้ดังนี้
แบตเตอรี่แบบน้ำ หรือแบตเตอรี่แบบเปียก คือแบตเตอรี่ที่เราพบเห็นได้บ่อยพอสมควร ลักษณะแบตจะมีช่อง 6 รูที่มีฝาปิด เหมาะกับคนที่ดูแลรถตัวเองได้ เพราะจำเป็นต้องตรวจระดับน้ำกลั่นและเติมให้เพียงพอกับการใช้งานเสมอในทุกเดือน โดยแนะนำให้ตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นทุก 15 วัน
ข้อดี: ราคาไม่แพง (แล้วแต่รุ่น), เปลี่ยนแผ่นธาตุได้, ใช้งานได้นานราวๆ 1-3 ปี หรือ 60,000 - 80,000 กม. (ขึ้นอยู่กับการดูแล)
ข้อเสีย: ต้องเติมน้ำกลั่นไม่ให้ขาด เพราะถ้าน้ำกลั่นแห้ง อาจทำให้แบตเสียหายไวขึ้น, สารละลายอาจรั่วไหลถ้าเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่น้ำไม่เหมาะสม
เหมาะกับรถแบบไหน: แบตเตอรี่แบบเปียกจะเหมาะกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป รถกระบะที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับมาตรฐาน ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าพิเศษ
แบตเตอรี่ที่นิยมที่สุด ถูกออกแบบให้มีรูที่ปิดสนิท ไม่มีรูเติมน้ำกลั่น ดังนั้นจึงแทบไม่ต้องดูแลเลยตลอดการใช้งาน โดยตัวแบตเตอรี่แบบแห้งจะมีแผ่นปิดซีลเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกลั่นหรือน้ำกรดไหลหรือระเหยออก แต่ทั้งนี้หากรถใช้งานหนักแนะนำว่าให้ตรวจแบตอย่างน้อยเดือนละครั้ง
ข้อดี: เป็นแบตเตอรี่ที่แทบไม่ต้องดูแลบำรุงรักษา, ประสิทธิภาพกำลังไฟสตาร์ทสูง ค่าแอมป์และค่า CCA สูงกว่าแบตเตอรี่น้ำ, พร้อมใช้งานทันที, อายุใช้งานสูง
ข้อเสีย: ราคาสูง (แล้วแต่รุ่น), ไม่นิยมซ่อมแซม เน้นการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งลูกมากกว่า
เหมาะกับรถแบบไหน: แบตเตอรี่แบบแห้งเหมาะกับรถสปอร์ต รถไฟฟ้า รถที่มีการจัดวางแบตเตอรี่ไว้ในห้องโดยสารหรือกระโปรงท้ายรถ
แบตเตอรี่กึ่งแห้งมีคุณสมบัติคล้ายแบตเตอรี่แห้ง แต่แบตเตอรี่กึ่งแห้งยังมีรูเติมน้ำกลั่นอยู่เพื่อการดูแลรักษา แต่การเติมก็เพียง 1-2 ครั้งต่อปี (หรือถ้าใช้งานรถหนักหรือจอดกลางแดดบ่อยๆ ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยขึ้น) เหมาะกับคนที่ไม่อยากเติมน้ำกลั่นตลอดทุกเดือน แต่ก็อยากได้แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าแบตเตอรี่น้ำ
ข้อดี: ราคาถูกกว่าแบตเตอรี่แห้ง (แล้วแต่รุ่น), ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นถี่เท่าแบตเตอรี่แบบน้ำ,
ข้อเสีย: อายุใช้งานไม่สูงเท่าแบตเตอรี่แบบแห้ง (แล้วแต่รุ่น), สำหรับคนที่ลืมเติมน้ำกลั่นอาจมีปัญหาในการใช้งาน
เหมาะกับรถแบบไหน: แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งเหมาะกับรถส่วนบุคคลทั่วไป รถเก๋ง
แบตเตอรี่ไฮบริด เป็นอีกขั้นของเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากแบตเตอรี่น้ำ เน้นการกลบข้อเสียอย่างการไหลหรือระเหยของน้ำกลั่นให้น้อยลงหลายเท่า ผ่านโครงสร้างภายในที่ใช้โลหะผสมตะกั่วและแคลเซียม เป็นแบตเตอรี่ลูกผสมที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ใช้งานหนักๆ ได้เป็นอย่างดี
ข้อดี: ประสิทธิภาพสูง ค่า CCA สูงกว่าแบตเตอรี่น้ำ, ความทนทานสูง ใช้งานได้นาน, ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อย
ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าแบตเตอรี่แห้งและน้ำ (แล้วแต่รุ่น),
เหมาะกับรถแบบไหน: แบตเตอรี่ไฮบริดเหมาะกับรถเชิงพาณิชย์ที่ใช้งานหนักๆ รถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถรับจ้าง รถโดยสาร รถในระบบขนส่ง วิ่งระยะทางมากกว่า 100 กม. ขึ้นไป
หลังจากรู้แล้วว่าแบตเตอรี่รถยนต์มีกี่ประเภท เรามาดูวิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ให้เหมาะกันดีกว่า
ถ้ายังไม่รู้จักวิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ดีนัก ควรให้ช่างเทคนิคตรวจดูจะดีกว่า เพื่อให้ช่างแนะนำวิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ที่เหมาะสม ทั้งขนาดแบตเตอรี่ และแรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสม รวมถึงตำแหน่งของการเชื่อมต่อขั้วของแบตฯ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในการใช้งานในระยะยาว
วิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์อีกข้อคือการ ดูที่คุณภาพ เพราะแบตเตอรี่ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจะลดการระเหยของน้ำกลั่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น การเลือกแบตเตอรี่คุณภาพสูงให้ดูจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อยู่เสมอ
วิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ให้อายุการใช้งานนานๆ ขั้นแรกให้เลือกประเภทของแบตเตอรี่ที่เหมาะกับรถยนต์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นทั้งแบตเตอรี่แบบน้ำ แห้ง กึ่งแห้ง ไฮบริด จากนั้นเช็กวันที่ผลิตหรือวันที่ชาร์จไฟล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับแบตเตอรี่ก้อนใหม่ และเช็กความจุไฟฟ้าว่าจ่ายไฟได้เต็มที่หรือไม่ รวมถึงทดสอบแอมป์แบบหมุนเย็นให้กระแสอยู่ที่ 0º F
TIPS: หากไม่แน่ใจสามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยตรวจเช็ก ติดต่อได้ที่เบอร์ 086-6686818 หรือ Line @ESB_dealer
การดูระยะเวลาการรับประกันเป็นอีกหนึ่งวิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ที่ลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานหรือความเสียหาย โดยทั่วไป ระยะเวลารับประกันอยู่ที่ 1-2 ปี หรือขึ้นอยู่กับแบรนด์ ซึ่งการเลือกซื้อควรตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันอย่างละเอียด และใช้บริการช่างติดตั้งแบตเตอรี่ เพราะหากติดตั้งผิด ใช้งานผิด เกิดข้อผิดพลาด อาจทำให้ประกันเป็นโมฆะได้
แบตเตอรี่แต่ละแบรนด์และแต่ละประเภทมักมีราคาแตกต่างกันอย่างชัดเจน ควรเปรียบเทียบคุณภาพแบตเตอรี่และงบประมาณที่มีให้เหมาะสมสอดคล้องกัน เป็นวิธีเลือกแบตเตอรี่รถยนต์ข้อหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะแต่ละคนมีงบประมาณที่ไม่เท่ากัน
“ขนาดแบตเตอรี่ที่ครอบคลุม, แบตเตอรี่คุณภาพสูง, แบรนด์ไทยไว้วางใจได้, อายุใช้งานนาน, ราคาไม่แพง”
นี่คือข้อดีทั้ง 5 ที่แบตเตอรี่จาก ESB Battery พร้อมมอบให้กับคุณ เราคือผู้ผลิตแบตเตอรี่แบรนด์ไทย ราคาเพื่อคนไทย อยากให้ประเทศไทยได้ใช้ของดี คุณภาพระดับสากล ไม่ว่าจะแบตเตอรี่น้ำ แบตเตอรี่แห้ง แบตเตอรี่ไฮบริด เรามีให้ครบพร้อมใช้ในรถยนต์ทุกวัตถุประสงค์การใช้งาน
ยิ่งใช้ยิ่งคุ้ม ซื้อแบตเตอรี่คุ้มๆ เลือก ESB Battery ได้เลย